“แฝดใหญ่” พล.ต.ต. สุรพงศ์ อาริยะมงคล เลขาธิการสมาคมกีฬากรีฑา เปิดเผยถึงอาการบาดเจ็บของ “บิว” ภูริพล บุญสอน ลมกรดวัย 16 ปีทีมชาติไทยว่า ตอนนี้สามรรถกลับมาฝึกซ้อมได้แล้ว เพื่อเตรียมแข่งขันกรีฑาชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุ 18 ปีที่คูเวต เพื่อให้บิว ที่อายุ 16 ปีได้ต่อกรและปราบนักกีฬารุ่นเดียวกัน เสริมสร้างความมั่นใจในอนาคต
“โค้ชต่างประทศหลายคนมองว่า ภูริพล เป็นนักกีฬาพรสวรรค์ แต่ไทยไม่ควรเร่ง หรือให้เข้าโปรแกรมเวตเทรนนิ่งมากเกินไป ให้ค่อยๆเป็นค่อยๆไป ตามรุ่นอายุของ ภูริพล ซึ่งคำว่าใจเย็นไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่ทำอะไรเลย แต่จะพัฒนาสร้างกล้ามเนื้อ และเติมเทคนิคต่างๆ รวมทั้งแก้ไขข้อผิดพลาดไปตามลำดับ” แฝดใหญ่เผย
นอกจากนี้ แฝดใหญ่ยังระบุถึงแนวทางของการพัฒนา บิว และ ทีมลมกรดทีมชาติไทย หลังการประชุมพัฒนานักกรีฑาของสมาคมอีกว่า “จากข้อเสนอที่บริษัทต่างประเทศเสนอเข้ามา เพื่อจะพาตัว ภูริพล ไปฝึกซ้อมและแข่งขันในต่างประเทศนั้น เราดูรายละเอียดในข้อเสนอแล้ว ต้องถือเอาประโยชน์ของนักกีฬาเป็นหลัก บางรายที่เป็นเอเยนต์เสนอเข้ามานั้น ขอถือสิทธิขาดในตัวนักกีฬาแบบนี้เราคงให้ไม่ได้ เราต้องพิจารณาให้ดีว่า นักกีฬาได้อะไร ประเทศชาติได้อะไร และหลายๆเรื่อง สมาคมกรีฑาฯ สามารถ จัดหาให้ “ภูริพล” ได้ไม่แตกต่างกัน และเรามองว่า นักกีฬาควรจะได้ประโยชน์มากกว่านี้”
นอกจากนี้ แฝดใหญ่ยังระบุถึงแนวทางของการพัฒนา บิว และ ทีมลมกรดทีมชาติไทย หลังการประชุมพัฒนานักกรีฑาของสมาคมอีกว่า “จากข้อเสนอที่บริษัทต่างประเทศเสนอเข้ามา เพื่อจะพาตัว ภูริพล ไปฝึกซ้อมและแข่งขันในต่างประเทศนั้น เราดูรายละเอียดในข้อเสนอแล้ว ต้องถือเอาประโยชน์ของนักกีฬาเป็นหลัก บางรายที่เป็นเอเยนต์เสนอเข้ามานั้น ขอถือสิทธิขาดในตัวนักกีฬาแบบนี้เราคงให้ไม่ได้ เราต้องพิจารณาให้ดีว่า นักกีฬาได้อะไร ประเทศชาติได้อะไร และหลายๆเรื่อง สมาคมกรีฑาฯ สามารถ จัดหาให้ “ภูริพล” ได้ไม่แตกต่างกัน และเรามองว่า นักกีฬาควรจะได้ประโยชน์มากกว่านี้”
“เป้าหมายของเราอยากเห็น ภูริพล ยืนอยู่ใน 8 คนสุดท้ายในรอบไฟนอล โอลิมปิกเกมส์ ในอนาคต แต่จะได้ไม่ได้ ชะตาชีวิต กำหนดไว้แล้ว”